• urs
  • urs
hotline
คำนวณเบี้ยประกัน
ลิงค์หน่วยงานต่างๆ



exampleicon

การรับประกันภัย

productsbanner01

การประกันภัยรถยนต์

            รถ ยนต์เป็นพาหนะที่อำนวยความสะดวกในด้านการคมนาคมขนส่งเป็นอย่างมาก แต่ก็อาจนำมาซึ่งความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน อันเป็นผลมาจากอุบัติเหตุที่เกิดจากการใช้รถยนต์ ดังนั้นการประกันภัยรถยนต์จึงเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาความเสียหายที่ เกิดขึ้นได้

            การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (Voluntary Motor Insurance)  หมายความถึง การประกันภัยที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของเจ้าของรถยนต์ผู้ครอบครองรถยนต์หรือผู้ขับขี่รถยนต์โดยไม่ได้เกิดจากการถูกบังคับโดยกฎหมาย แต่อย่างใดการประกันภัยรถยนต์ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในตลาดประกันภัยในปัจจุบันนี้เป็นการ ประกันภัยในภาคสมัครใจ 

ประเภทการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (Voluntary Motor Insurance)

มีความคุ้มครองให้เลือก 5 ประเภทคือ

1.    กรมธรรม์ประเภท 1 (Comprehensive) ให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด คือ

1.    ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย  หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ (TPBI)   

2.    ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก  (TPPD)

3.    ความเสียหายของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย  (OD)

4.    ความเสียหายต่อตัวรถยนต์เนื่องจากไฟไหม้  และการสูญหาย  (F&T)

2.    กรมธรรม์ประเภท 2 (Third Party Liability, Fire and Theft) ให้ความคุ้มครองรองลงมาจากกรมธรรม์ประเภท 1 คือ

1.    ความรับผิดต่อชีวิต  ร่างกาย  หรืออนามัยของบุคคลภายนอกและผู้โดยสารในรถ (TPBI)   

2.    ความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก  (TPPD)       

3.    ความเสียหายต่อตัวรถยนต์  เนื่องจากไฟไหม้   และการสูญหาย (F&T)

3.    กรมธรรม์ประเภท 3 (Third Party Liability Only) ให้ความคุ้มครองเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับ บุคคลภายนอก ดังนี้

1.    ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย  หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ (TPBI)   

2.    ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก (TPPD)

4.    กรมธรรม์ประเภท 4  ความ คุ้มครองเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินบุคคลภายนอกเท่านั้นส่วนความรับผิด ต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของ บุคคลภายนอกและผู้โดยสารในรถไม่จำเป็นเพราะมี พรบ. แล้วดังนั้นจึงคุ้มครองเพียงแค่ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก (TPPD) 100,000 บาท/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง

5.    กรมธรรม์ประเภท 5 แบ่งเป็น 2 ประเภทดังนี้.-

5.1.  กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์แบบคุ้มครองเฉพาะภัย ชั้น 2+  ผู้ทำประกันภัยประเภทนี้จะได้รับความคุ้มครอง คือ

1.    ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกายหรืออนามัยของบุคคลภายนอก (TPBI)

2.    ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก (TPPD )

3.    ความรับผิดต่อความเสียหายของตัวรถยนต์กรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบก

4.    ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์  (F&T) 

(กรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบกและเป็นฝ่ายผิดจะต้องเสียความเสียหายส่วนแรกต่อความเสียของตัวรถยนต์ผู้เอาประกันภัย 2,000 บาท)

5.2.  กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์แบบคุ้มครองเฉพาะภัย ชั้น 3+ ผู้ทำประกันภัยประเภทนี้จะได้รับ           ความคุ้มครอง คือ

1.   ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกายหรืออนามัยของบุคคลภายนอก (TPBI)

2.   ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก (TPPD)

3.   ความรับผิดต่อความเสียหายของตัวรถยนต์กรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบก

(กรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบกและเป็นฝ่ายผิดจะต้องเสียความเสียหายส่วนแรกต่อความเสียของตัวรถยนต์ผู้เอาประกันภัย 2,000 บาท)

            นอกจากนี้กรมธรรม์ทั้ง 5 ประเภทผู้เอาประกันภัยยังสามารถขยายความคุ้มครองเพิ่มเติมได้อีก ดังนี้

1.    ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล

2.    ประกันภัยค่ารักษาพยาบาล

3.    ประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา

ความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535

จำนวนเงินคุ้มครองผู้ประสบภัย  (Limit of Covered)

 (1)         80,000บาท ต่อหนึ่งคน สำหรับความเสียหายต่อร่างกายหรืออนามัย

             (2)         300,000บาท ต่อหนึ่งคน สำหรับการเสียชีวิต หรือทุพพลภาพอย่างถาวร

             (3)         200,000 บาท ถึง 300,000บาท ต่อหนึ่งคน สำหรับการสูญเสียอวัยวะตามเงื่อนไขกรมธรรม์ฯข้อ 3

 (4)         200 บาทต่อวัน รวมกันไม่เกิน 20 วัน สำหรับการชดเชยรายวันกรณีเข้ารักษาในสถานพยาบาล ในฐานะคนไข้ใน

ทั้งนี้จำนวนเงินคุ้มครองสูงสุดสำหรับ (1) (2) (3) และ(4) รวมไม่เกิน 304,000 บาท ต่อหนึ่งคนและรวมกันไม่เกินห้าล้านบาท สำหรับรถที่มีที่นั่งไม่เกินเจ็ดคนหรือรถบรรทุกผู้โดยสารรวมทั้งผู้ขับขี่ไม่เกินเจ็ดคน
และไม่เกินสิบล้านบาท สำหรับรถที่มีที่นั่งเกินเจ็ดคนหรือรถบรรทุกผู้โดยสารรวมทั้งผู้ขับขี่เกินเจ็ดคนต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง

จำนวนเงินค่าเสียหายเบื้องต้น (Limit of Preliminary Compensation)                                                - ความเสียหายต่อร่างกายไม่เกิน 30,000บาท ต่อหนึ่งคน หรือที่ตามกฎหมายกำหนด ความเสียหายต่อร่างกาย สำหรับการสูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพอย่างถาวร 35,000บาท หรือ      ตามที่กฎหมายกำหนด ความเสียหายต่อชีวิต 35,000บาท ต่อหนึ่งคน หรือตามที่กฎหมายกำหนดจำนวนเงินค่าเสียหาย    เบื้องต้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของจำนวนเงินคุ้มครองผู้ประสบภัยตามรายการข้างต้น

การขอเอาประกันภัย

  1. ผู้ขอเอาประกันภัยสอบถามราคาค่าเบี้ยประกันภัย
  2. บริษัทฯ เสนอเงื่อนไขความคุ้มครองและเบี้ยประกันภัย
  3. กรอกรายละเอียดในใบคำขอเอาประกันภัย
    • รายละเอียดของผู้เอาประกันภัย ชื่อ ที่อยู่ สถานที่ติดต่อ หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้
    • ราย ละเอียดรถยนต์คันที่ต้องการเอาประกันภัย ยี่ห้อรถ รุ่นรถ ซีซี.รถ น้ำหนักรถ ปีรุ่นหรือปีจดทะเบียน ทะเบียนรถ หมายเลขตัวถังรถ หมายเลขเครื่องยนต์
    • วันเริ่มมีผลคุ้มครอง
  4. ลงนามผู้ขอเอาประกันภัย

เอกสารประกอบใบคำขอเอาประกันภัย

  1. สำเนาคู่มือทะเบียนรถ
  2. สำเนาบัตรประชาชน
  3. สำเนาใบขับขี่ (กรณีทำประกันภัยแบบระบุชื่อผู้ขับขี่)
  4. สำเนาหน้าตารางกรมธรรม์เดิม หรือใบแจ้งเตือนต่ออายุกรมธรรม์ (กรณีขอรับส่วนลดประวัติดี)

นโยบายการรับประกันภัยประเภท 1 ซ่อมอู่

  1. รถยนต์เก๋งประเภท 1 อายุรถไม่เกิน 10 ปี
  2. รถตู้ส่วนใช้บุคคลไม่เกิน 12 ที่นั่ง ไม่ใช้รับจ้างหรือให้เช่า อายุรถไม่เกิน 7 ปี
  3. รถ Pick up น้ำหนักไม่เกิน 3000 กก.อายุรถไม่เกิน 7 ปี

เงื่อนไขการรับประกันภัย

  1. การทำประกันภัยประเภท 1 จะมีการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนการรับประกันภัย (ยกเว้นรถใหม่ป้ายแดงจากศูนย์จำหน่ายรถยนต์)
  2. การทำประกันภัยประเภท 5 ราคารถยนต์ขณะขอเอาประกันภัยต้องไม่ต่ำกว่าทุนประกันภัย
  3. บุคคลธรรมดา ชำระเบี้ยประกันภัยไม่เกินวันที่กรมธรรม์เริ่มมีผลคุ้มครอง
  4. นิติบุคคล ชำระเบี้ยประกันภัยไม่เกิน 15 วันนับจากวันที่กรมธรรม์เริ่มมีผลคุ้มครอง

การติดต่อขอทำประกันภัย

ติดต่อโดยตรงกับบริษัทฯ สำนักงานใหญ่และสาขา      

ติดต่อผ่านตัวแทน/นายหน้าประกันวินาศภัยของบริษัท

หมายเหตุ บริษัทฯจะดำเนินการส่งมอบกรมธรรม์ให้กับลูกค้าภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่บริษัทฯได้อนุมัติรับประกันภัย  

ขั้นตอนการรับประกันภัยสำหรับการรับประกันภัย Non-Motor

 ผู้ขอเอาประกันภัยแจ้งความประสงค์ขอเอาประกันภัยกับบริษัทฯ

  1. โดยติดต่อผ่านตัวแทน/นายหน้าประกันวินาศภัยของบริษัทฯ
  2. โดยติดต่อผ่านบริษัทฯ โดยตรงทาง โทรศัพท์ โทรสาร หรือ อีเมล์
  3. ผู้ขอเอาประกันภัยต้องกรอกแบบฟอร์มใบคำขอเอาประกันภัย (Application Form) โดยรายละเอียด ในใบคำขอเอาประกันภัยโดยทั่วไปประกอบด้วย
    • ชื่อ นามสกุล และที่อยู่ปัจจุบันของผู้ขอเอาประกันภัย
    • ที่อยู่ของสถานที่, รายละเอียด เกี่ยวกับทรัพย์สินที่จะขอเอาประกันภัย
    • ความสัมพันธ์ที่จะขอเอาประกันภัย เช่น เป็นเจ้าของ หรือเป็นผู้เช่า หรืออื่น ๆ
    • ภัยที่ต้องการความคุ้มครอง หรือ งบประมาณของผู้ขอเอาประกันภัย
    • จำนวนเงินที่จะขอเอาประกันภัย
    • ประวัติการทำประกันภัย และความเสียหายที่เคยเกิดขึ้นในอดีต (ถ้ามีเกิดจากสาเหตุใด)
    • เอกสารประกอบ เช่น สำเนาตารางกรมธรรม์เดิม เอกสารประกอบที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่จะขอเอาประกันภัย เป็นต้น
  4. บริษัทฯ จะพิจารณาประเมินความเสี่ยงภัย ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
    • หากข้อมูลยังไม่ครบถ้วน บริษัทฯ อาจต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอเข้าทำการสำรวจภัยก่อนการพิจารณารับประกันภัย
    • หากข้อมูลครบถ้วน บริษัทฯ จะทำการพิจารณาภายในไม่เกิน 2 วัน
  5. ในกรณีที่บริษัทฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ที่จะรับประกันกันภัยได้ บริษัทฯ จะจัดทำหนังสือเสนอการรับประกันภัยซึ่งมีรายละเอียด เงื่อนไขความคุ้มครอง และเบี้ยประกันภัย ไปยังผู้ขอเอาประกันภัย เพื่อยืนยันว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่
  6. ผู้ขอเอาประกันภัยแจ้งยืนยันการทำประกันภัย โดยส่งข้อเสนอฉบับดังกล่าวมายังบริษัทฯ พร้อมลายลักษณ์อักษร (พร้อมแนบใบคำขอเอาประกันภัย)
  7. บริษัทฯ ดำเนินการออกกรมธรรม์ประกันภัย และจัดส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดส่งกรมธรรม์ และ จัดเก็บเบี้ยประกันภัยจากผู้เอาประกันภัย

หมายเหตุ บริษัทฯจะดำเนินการส่งมอบกรมธรรม์ให้กับลูกค้าภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่บริษัทฯได้อนุมัติรับประกันภัย

 

footerbar